ขนสีขาวสะอาดของสุนัขสาโมเยดเป็นเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสายพันธุ์นี้ แต่คราบสีน้ำตาลหรือสีแดงรอบดวงตาเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงหลายคนกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนสีขาวรอบดวงตาเมื่อสัมผัสกับส่วนประกอบของน้ำตาจะเปลี่ยนสีได้ง่าย ดังนั้นการดูแลในชีวิตประจำวันจึงสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด วันนี้เราจะมาดูสาเหตุของคราบน้ำตาในสุนัขสาโมเยดและวิธีการดูแลที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพไปด้วยกัน
01ทำไมสุนัขสามอยด์จึงมีคราบน้ำตาได้ง่าย?
สามอยด์เป็นสุนัขพันธุ์ทางเหนือที่มีถิ่นกำเนิดในไซบีเรีย มีขนสองชั้นหนาแน่นที่พัฒนามาเพื่อปรับตัวกับสภาพอากาศหนาวเย็น ขนสีขาวบริสุทธิ์สามารถสะท้อนแสงเพื่อส่งสัญญาณทางสายตาแม้ในพายุหิมะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การอยู่รอดในอดีต แต่ในบ้านสมัยใหม่กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้คราบเล็กน้อยก็เห็นได้ชัดเจน
คราบน้ำตาในสุนัขสามอยด์อาจเกิดจากสามปัจจัยหลัก ประการแรก ขนรอบดวงตาระคายเคืองลูกตา ทำให้มีการหลั่งน้ำตาเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามอยด์มีขนชั้นในหนาแน่นเติบโตรอบใบหน้า ขนเล็กๆ จึงง่ายที่จะพับเข้าไปด้านในดวงตา ประการที่สอง ท่อน้ำตา (ช่องทางที่น้ำตาไหลไปยังจมูก) ตีบตัน สุนัขบางตัวอาจมีท่อน้ำตาที่แคบหรืออุดตันตั้งแต่กำเนิด ทำให้น้ำตาไหลลงมาที่ขน ประการที่สาม อาจเป็นปัญหาทางจักษุวิทยาหรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ภูมิแพ้หรือเยื่อบุตาอักเสบ
แม้น้ำตาจะใสในตัวเอง แต่สารพอร์ไฟริน (porphyrin) ซึ่งเป็นเม็ดสีที่มีธาตุเหล็กในน้ำตาจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ กลายเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาล โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่มีขนสีขาวอย่างสามอยด์ คราบสีนี้จะเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
02การทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา: กิจวัตรพื้นฐานที่ต้องทำทุกวัน
วิธีที่แน่นอนที่สุดในการป้องกันรอยน้ำตาคือรักษาบริเวณรอบดวงตาให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากยิ่งน้ำตาคงค้างอยู่บนขนนานเท่าไร การเปลี่ยนสีก็จะดำเนินไปมากขึ้น และแบคทีเรียหรือยีสต์ก็สามารถเพิ่มจำนวนได้ ดังนั้นแนะนำให้เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าก๊อซนุ่มหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง วันละ 2-3 ครั้ง
เมื่อเช็ดให้เช็ดจากด้านในของตาออกสู่ด้านนอกอย่างนุ่มนวลเหมือนกวาดลงมา และระวังอย่าใช้ด้านเดิมซ้ำ แม้ว่าสุนัขพันธุ์ซามอยด์จะค่อนข้างยอมให้สัมผัสหน้าได้ง่าย แต่หากไม่ฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเติบโตเป็นสุนัขโตอาจขัดขืนได้ ดังนั้นควรสร้างเป็นประสบการณ์เชิงบวกตั้งแต่ยังเล็ก สิ่งสำคัญคือทำให้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่สนุกสนานพร้อมให้รางวัลเป็นขนม
แม้จะมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอยน้ำตาหลากหลายในท้องตลาด แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สารให้กลิ่นหอม และสารระคายเคืองจะปลอดภัยกว่า ผู้เลี้ยงบางท่านใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลบริเวณรอบดวงตาและขนเฉพาะทางที่บ้านอย่าง ANITOK Hair เพื่อดูแลบริเวณที่มีรอยเปื้อนอย่างนุ่มนวล อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ใด ต้องระวังอย่าให้โดนตาโดยตรง และหลังใช้ต้องทำให้แห้งสนิทเสมอ
03การดูแลขนและจุดสำคัญในการกรูมมิ่ง
ขนสองชั้นหนาของสุนัขสายพันธุ์ซามอยด์มักพันกันและจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายหากไม่มีการหวีขนเป็นประจำ และหากขนบริเวณรอบดวงตายาวเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและการหลั่งน้ำตาเพิ่มขึ้นได้ กรุณาใช้แปรงสลิกเกอร์และเครื่องมือขจัดขนชั้นใน (undercoat rake) เพื่อกำจัดขนที่ตายแล้วอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และในช่วงเปลี่ยนฤดูควรทำทุกวัน
โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ควรตัดแต่งอย่างระมัดระวังด้วยกscissors ขนาดเล็กหรือเครื่องตัดขนโกนหนวดเฉพาะ ควรรักษาความยาวของขนบริเวณหนังตาและใต้ตาให้สั้นเพื่อไม่ให้ขนแทงเข้าดวงตา แต่ควรรักษาเส้นโค้งตามธรรมชาติเพื่อไม่ทำลายลักษณะ 'รอยยิ้ม' อันเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ซามอยด์ หากไม่มั่นใจในการทำเอง การพาไปรับบริการกรูมมิ่งสุขอนามัยกับผู้เชี่ยวชาญทุก 2-3 เดือนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
หลังอาบน้ำ ต้องเป่าบริเวณรอบดวงตาให้แห้งสนิท ขนชั้นในของสุนัขซามอยด์จะดูดซับน้ำและเปียกค้างนาน หากมีความชื้นค้างอยู่บริเวณรอบดวงตาจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเพาะพันธุ์และเกิดคราบสีได้เร็วขึ้น กรุณาใช้ลมอุณหภูมิต่ำเป่าให้แห้งจากผิวหนังอย่างเพียงพอ และควรมีนิสัยในการตรวจสอบบริเวณรอบดวงตาอีกครั้งหลังจากเป่าแห้งแล้ว
04ตรวจสอบปัจจัยด้านอาหารและสิ่งแวดล้อม
จากการศึกษาบางชิ้น พบว่าอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือการตอบสนองต่อส่วนผสมบางชนิดมากเกินไปอาจกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำตามากเกินปกติได้ ธัญพืช สีสังเคราะห์ หรือแหล่งโปรตีนบางชนิด (เช่น เนื้อไก่ ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น) อาจเป็นสาเหตุได้ หากรอยน้ำตามีความรุนแรง คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์และลองให้อาหารแบบจำกัดส่วนผสม (elimination diet) ได้
การดื่มน้ำก็มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากสุนัขพันธุ์ซามอยด์มีกิจกรรมมาก และมักหอบบ่อยเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ จัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ตลอดเวลา และดูแลไม่ให้ความหนืดของน้ำตาสูงขึ้น นอกจากนี้ การลดสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นในบ้าน เกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ ให้น้อยที่สุด ก็สามารถช่วยลดการระคายเคืองต่อดวงตาได้
05รอยคราบน้ำตาที่เกิดขึ้นแล้ว จะทำให้จางลงได้อย่างไร?
รอยคราบน้ำตาที่เกิดขึ้นแล้วสามารถค่อยๆ ปรับปรุงได้ด้วยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ แต่จะไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากขนที่มีคราบจะต้องถูกแทนที่ด้วยขนใหม่ จึงต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 4-8 สัปดาห์
ทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง และรักษาสภาพให้แห้งอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้เลี้ยงบางท่านอาจใช้แป้งข้าวโพด (cornstarch) ทาบางๆ ใต้ตาเพื่อดูดซับความชื้น แต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้เข้าตา ในผลิตภัณฑ์ 'กำจัดคราบน้ำตา' ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด บางชนิดมีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะหรือสารยับยั้งไทโรซีน แต่การใช้ในระยะยาวอาจมีความกังวลเรื่องการดื้อยาหรือผลข้างเคียง จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเลือกใช้อย่างรอบคอบ
ที่สำคัญที่สุดคือต้องแก้ไขสาเหตุก่อน หากสุนัขยังคงมีน้ำตาไหลอยู่ รอยคราบก็จะเกิดซ้ำแม้จะเช็ดถี่แค่ไหน จึงจำเป็นต้องตรวจตาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมและอาหารควบคู่กันจึงจะแก้ปัญหาได้อย่างถึงรากเหง้า
06กลยุทธ์การดูแลระยะยาวสำหรับสุนัขพันธุ์ซามอยด์
สุนัขพันธุ์ซามอยด์เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีอายุขัยเฉลี่ย 12-14 ปี และต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงชีวิต อย่ามองการดูแลคราบน้ำตาเป็นเพียงปัญหาด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ควรรับมือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสภาพสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยงของคุณ
- เช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างนุ่มนวลและทำให้แห้งทุกเช้าและเย็น
- หวีขนทั้งตัว 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป และตัดแต่งขนบริเวณรอบดวงตาเป็นประจำ
- ตรวจสุขภาพดวงตาทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อค้นหาปัญหาโครงสร้างตั้งแต่เนิ่นๆ
- รักษาอาหารคุณภาพสูงและติดตามปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
- รักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อมภายในบ้าน (เครื่องฟอกอากาศ การทำความสะอาดเป็นประจำ ฯลฯ)
เนื่องจากสุนัขพันธุ์ซามอยด์รักมนุษย์มากและมีนิสัยให้ความร่วมมือ หากคุณเปลี่ยนการดูแลบริเวณรอบดวงตาให้เป็นเวลาแห่งการสัมผัสและสร้างความผูกพัน จะกลายเป็นประสบการณ์เชิงบวกสำหรับทั้งผู้ดูแลและสัตว์เลี้ยง รูทีนที่สม่ำเสมอ ความอดทน และคำชมเชยอย่างอบอุ่น คือความลับในการรักษารอยยิ้มสีขาวสดใสไว้นานๆ
· เมื่อขี้ตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว และสัตว์เลียงถูตาบ่อยหรือกระพริบตาเพิ่มขึ้น
· เมื่อบริเวณรอบดวงตาบวมหรือแดง และมีน้ำตาไหลออกมาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
· เมื่อมีน้ำตาไหลมากเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง หรือพบจุดขาวหรือบาดแผลบนกระจกตา
