แม้ร็อตไวเลอร์จะดูแข็งแรงด้วยรูปร่างที่ทนทาน ขนสั้นและเงางาม แต่เจ้าของมักพบจุดแดงบริเวณรักแร้หรือขาหนีบ และพฤติกรรมเกาตัวไม่หยุด เนื่องจากโครงสร้างขนสองชั้นสั้นและนิสัยที่มีกิจกรรมสูง ทำให้เกิดการเสียดสีและความร้อนสะสมบริเวณผิวหนังได้ง่าย จึงเป็นสายพันธุ์ที่พบอาการผิวหนังอักเสบและผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้บ่อยกว่าที่คิด หากสังเกตเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ และดูแลอย่างสม่ำเสมอที่บ้าน จะสามารถรักษาสุขภาพผิวหนังให้แข็งแรงได้ยาวนาน
01ผิวหนังร็อตไวเลอร์ ทำไมถึงแพ้ง่าย?
ร็อตไวเลอร์มีขนสองชั้นสั้นสีดำเป็นพื้นฐานพร้อมลายสีน้ำตาลที่ชัดเจน เมื่อมองดูแวบแรกอาจดูเหมือนผิวหนังแข็งแรงและทนทาน แต่ใต้ขนชั้นนอก (top coat) ที่สั้นนั้นมีขนชั้นใน (undercoat) ที่หนาแน่น ทำให้ความร้อนและความชื้นในช่วงฤดูร้อนสามารถคับค่างได้ง่าย และเมื่อมีการเสียดสีและเหงื่อซ้ำๆ ที่บริเวณรอยพับผิวหนังและจุดที่ทับซ้อนกันตามลักษณะของสุนัขพันธุ์ใหญ่ (รักแร้·ขาหนีบ·รอบคอ) จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
นอกจากนี้ ร็อตไวเลอร์เป็นสายพันธุ์สุนัขเฝ้ายามและสุนัขทำงานที่มีกิจกรรมมากและกล้ามเนื้อที่พัฒนาแล้ว หลังจากการเดินเล่นหรือการเล่น อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นและมีการหลั่งเหงื่อมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่นๆ ซึ่งเมื่อเกราะป้องกันผิวหนังอ่อนแอลงจะทำให้สารก่อภูมิแพ้เจาะเข้าไปได้ง่ายขึ้น และอาจนำไปสู่โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้ตามที่ทราบกัน
ในด้านพันธุกรรม ร็อตไวเลอร์มีรายงานว่ามีอัตราการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้อยู่ในระดับปานกลางขึ้นไป โดยทั้งสารก่อภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม (ไรฝุ่น·เกสรดอกไม้·เชื้อรา) และสารก่อภูมิแพ้จากอาหารต่างก็สามารถเป็นสาเหตุได้ ดังนั้น อย่าตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่การตรวจสอบสภาพผิวหนังอย่างสม่ำเสมอถือเป็นนิสัยที่สำคัญ
02รายการตรวจสอบอาการเบื้องต้น – สังเกตเมื่อมีสัญญาณเหล่านี้
- เลียหรือเกาบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือระหว่างนิ้วเท้าบ่อยครั้ง
- ขนบริเวณต้นคอหรือรอบก้นร่วงเป็นหย่อม ๆ และผิวหนังมีสีแดง
- มีกลิ่นออกมาจากผิวหนังด้านในใบหูหรือบริเวณท้อง
- มองเห็นจุดแดงเล็ก ๆ (ผื่นนูน) หรือสะเก็ดผิวระหว่างขนสั้น ๆ
- ถูบริเวณใดบริเวณหนึ่งกับพื้นหรือเกาอย่างมากหลังจากเดินเล่น
รอตไวเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่มีนิสัยไม่ค่อยแสดงความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไม่สบายออกมา ดังนั้นจำเป็นต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมอย่างละเอียด การลุกขึ้นเปลี่ยนที่นอนบ่อยกว่าปกติ หรือหลีกเลี่ยงท่าทางบางอย่าง ก็อาจเป็นสัญญาณของความไม่สบายทางผิวหนังได้เช่นกัน
03การดูแลผิวหนังที่บ้าน – การดูแลผิวหนังที่ปฏิบัติทุกวัน
1. การหวีขนและตรวจสอบผิวหนัง
แม้จะมีขนสั้น แต่หากใช้แปรงยางหรือแปรงถุงมือหวีขนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็สามารถกำจัดขนที่ตายแล้วและสิ่งสกปรก รวมถึงช่วยกระจายไขมันที่หลั่งออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะหวีขนให้ใช้มือลูบคลำผิวหนังเพื่อตรวจสอบว่ามีก้อน จุดแดง หรือความร้อนผิดปกติหรือไม่
2. ความถี่ในการอาบน้ำและการเลือกแชมพู
สำหรับร็อตไวเลอร์ การอาบน้ำมากเกินไป (มากกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) อาจไม่เหมาะสม แนะนำให้อาบน้ำทุก 2-3 สัปดาห์ด้วยแชมพูอ่อนโยนค่า pH เป็นกรดอ่อน เพื่อช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวหนัง หลังอาบน้ำให้เป่าบริเวณรักแร้และขาหนีบด้วยลมเย็นจนแห้งสนิท เพื่อไม่ให้มีความชื้นค้างอยู่ เป็นสิ่งสำคัญมาก
3. การเช็ดเท้าและท้องหลังเดินเล่น
ร็อตไวเลอร์ที่มีกิจกรรมมากมักมีสารก่อภูมิแพ้ติดที่ฝ่าเท้าและท้องหลังเดินเล่น แนะนำให้เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นแทนการใช้ทิชชู่เปียก แล้วเช็ดเบาๆ และอย่าลืมเช็ดระหว่างนิ้วเท้าให้แห้งสนิท
4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงเกราะป้องกันผิวหนัง
มีการกล่าวว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 เซราไมด์ โปรไบโอติกส์ เป็นต้น อาจช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวหนังได้ สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างร็อตไวเลอร์ที่มีน้ำหนักตัวถึง 35-60 กิโลกรัม จำเป็นต้องปรับขนาดให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังและอาการผิวหนังอักเสบที่บ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ANITOK Hair
04การจัดการสิ่งแวดล้อม – ลดสารก่อภูมิแพ้
ร็อตไวเลอร์ชอบอยู่ในบ้านใกล้ชิดกับเจ้าของ แต่สิ่งแวดล้อมนั้นเองอาจทำให้อาการผื่นภูมิแพ้รุนแรงขึ้นได้ ควรซักผ้าปูที่นอนและผ้าคลุมโซฟาด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60°C ขึ้นไปอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อกำจัดไรฝุ่น และเปิดเครื่องฟอกอากาศเพื่อกรองละอองเกสรดอกไม้และสปอร์เชื้อรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร็อตไวเลอร์มีอุณหภูมิร่างกายสูงและขนสั้น จึงสัมผัสพื้นบ่อย ดังนั้นการใช้พรมเช็ดเท้าหรือแผ่นรองกันน้ำที่ทำความสะอาดง่ายจะดีกว่าพรมปูพื้นสำหรับการดูแล รักษาความชื้นในบ้านให้อยู่ที่ 40-50% เพื่อป้องกันทั้งผิวแห้งและการเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียไปพร้อมกัน
05การจัดการอาหาร – ดูแลสุขภาพผิวหนังจากภายใน
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภูมิแพ้จากอาหาร คุณสามารถลองอาหารโปรตีนชนิดเดียว (เช่น เป็ด ปลาแซลมอน จิงโจ้)โดยจำกัดการให้อาหารเป็นระยะเวลา 8-12 สัปดาห์ โรทไวเลอร์มักมีความกระหายอาหารสูง ทำให้เจ้าของมักให้ขนมหลายชนิดได้ง่าย แต่เมื่อมีอาการผิวหนัง ควรจำกัดขนมให้เหลือเพียงชนิดเดียวและตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด
จัดเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยเติมความชื้นให้ผิวหนัง และการเพิ่มขนมธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเล็กน้อย เช่น บลูเบอร์รี่ ฟักทอง เป็นที่ทราบกันว่าอาจช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเพิ่มวัตถุดิบใหม่ ควรเริ่มด้วยปริมาณเล็กน้อยและสังเกตอาการแพ้
06การจัดการความเครียด – ผิวหนังคือกระจกสะท้อนจิตใจ
รอตไวเลอร์มีความผูกพันกับผู้ดูแลอย่างแน่นแฟ้นและมีสติปัญญาสูง จึงอาจมีความไวต่อความวิตกกังวลจากการพลัดพรากหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพแพร่แวดล้อม มีผลการศึกษาแสดงว่าความเครียดสามารถเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้ภูมิคุ้มกันของผิวหนังลดลงและอาจทำให้อาการผิวหนังอักเสบแพ้ภูมิตัวเองรุนแรงขึ้น
รักษาเวลาพาไปเดินเล่นและกิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอทุกวัน และจัดกิจกรรมกระตุ้นทางจิตใจ เช่น การเล่นหากลิ่น (Nose Work) หรือการเล่นชักเย่อ (Tug) เพื่อช่วยคลายความเครียด เมื่อผู้ดูแลต้องออกจากบ้าน ให้ใช้เพลงที่ช่วยให้สงบหรือของเล่นเพื่อช่วยให้รอตไวเลอร์รู้สึกมั่นคงและอยู่ในสภาวะที่สงบ
· มีพฤติกรรมเกาหรือเลียต่อเนื่องนานกว่า 2-3 วัน และผิวหนังมีรอยถลอกหรือมีของเหลวไหลออกมา
· ขนร่วงเป็นวงกลม (รอยโล้น) ผิวหนังหนาตัวขึ้นและมีการสะสมของเม็ดสี
· มีกลิ่นเหม็นจากหู ฝ่าเท้า หรือท้อง และมีสารคัดหลั่งสีเหลืองหรือสีน้ำตาล
· ดูแลที่บ้านมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
