หากคุณเป็นเจ้าของปั๊ก คุณคงเคยกังวลเรื่องคราบสีน้ำตาลใต้ดวงตาของน้องหมาสักครั้งแล้ว จมูกสั้น (สุนัขจมูกสั้น) ดวงตาโต และริ้วรอยบนใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เป็นเสน่ห์ของปั๊ก แต่โครงสร้างดังกล่าวทำให้น้ำตาไหลล้นได้ง่าย และสร้างสภาพแวดล้อมที่ความชื้นสะสมตามร่องริ้วได้ง่าย คู่มือนี้จะแนะนำวิธีป้องกันรอยคราบน้ำตาและกิจวัตรโฮมแคร์ที่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะทางร่างกายของพันธุ์ปั๊ก
01ทำไมพักถึงมีคราบน้ำตามากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น?
พักเป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic) ที่มีลักษณะจมูกสั้นมากเมื่อเทียบกับขนาดกระโหลกศีรษะ และดวงตาจะนูนออกมาค่อนข้างมาก โครงสร้างแบบนี้ทำให้เกิดเบ้าตาตื้นและท่อน้ำตาสั้น (ช่องทางระบายน้ำตา) ซึ่งส่งผลให้น้ำตาไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติและไหลล้นออกมานอกดวงตา อาการนี้เรียกว่า 'ภาวะน้ำตาไหล (epiphora)' ซึ่งพบได้บ่อยในพันธุ์นี้
ใบหน้าของพักมีรอยพับลึก (รอยพับบริเวณจมูก) ที่ทอดจากจมูกไปยังใต้ตา เมื่อน้ำตาไหลล้นมาจึงค่างอยู่ภายในรอยพับเหล่านี้ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับแบคทีเรียและยีสต์ในการเจริญเติบโต สารพอร์ไฟริน (Porphyrin) ซึ่งเป็นเม็ดสีในน้ำตาจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลแดง นอกจากนี้ขนสั้นของพักยังทำให้คราบเหล่านี้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว หนังตาพับงอเข้าใน (Entropion) โรคภูมิแพ้ การระคายเคืองจากฝุ่น การระคายเคืองจากขนรอบดวงตา ก็อาจเป็นสาเหตุของการไหลของน้ำตาที่มากเกินไป ดังนั้นหากสังเกตเห็นน้ำตาไหลอย่างต่อเนื่อง จึงควรพาไปตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
02กิจวัตรทำความสะอาดรอบดวงตาและรอยพับทุกวัน
การดูแลรอยน้ำตาของพั๊กนั้น การทำความสะอาด 1-2 ครั้งต่อวันอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากเช็ดก่อนที่น้ำตาจะแห้ง จะช่วยลดการเกิดคราบสีและการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมาก
3 ขั้นตอนการทำความสะอาด
- ใช้ผ้าก๊อซนุ่มๆ หรือแผ่นทำความสะอาดเฉพาะ จุ่มน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือสรีรวิทยา แล้วเช็ดเบาๆ จากด้านในของดวงตาไปด้านนอก
- ยกรอยพับบริเวณจมูกและใต้ตาขึ้นเล็กน้อย แล้วเช็ดภายในรอยพับอย่างละเอียด จากนั้นใช้ผ้าก๊อซแห้งสะอาดซับความชื้นออกให้หมด
- สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (ที่มีส่วนผสมย่อยสลายพอร์ไฟริน) อาจช่วยบรรเทาคราบสีได้ หากใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอบดวงตาและขนอย่าง ANITOK Hair จะทำให้กิจวัตรประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น
หลังจากทำความสะอาด รอจนกว่าภายในรอยพับจะแห้งสนิท หากจำเป็นให้ทาแป้งหรือครีมบำรุงที่สัตวแพทย์แนะนำเล็กน้อยเพื่อรักษาความแห้ง ห้ามใช้เครื่องสำอางสำหรับคนหรือไhydrogen peroxide โดยเด็ดขาด
03การจัดการอาหารและสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันคราบสีน้ำตาล
เพื่อลดการหลั่งน้ำตาและป้องกันคราบสีน้ำตาล จำเป็นต้องจัดการทั้งปัจจัยภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกไปพร้อมกัน
การควบคุมอาหาร: อาหารที่มีธัญพืชและสารเติมแต่งสังเคราะห์มากอาจกระตุ้นปฏิกิริยาแพ้ส่งผลให้น้ำตาไหลเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาอาหารที่มีโปรตีนชนิดเดียวซึ่งมีโอกาสก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยหรืออาหารแบบเกรนฟรี และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำตาในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังเปลี่ยนอาหาร การให้น้ำสะอาดที่ผ่านการกรองอย่างเพียงพอก็มีความสำคัญเช่นกัน
สภาพแวดล้อมภายในบ้าน: พั๊กมีระบบทางเดินหายใจที่อ่อนแอจึงอ่อนไหวต่อฝุ่น เกสรดอกไม้ และควันบุหรี่ ควรใช้เครื่องฟอกอากาศ ทำความสะอาดพื้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และซักผ้าปูที่นอนเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ให้เหลือน้อยที่สุด ควรรักษาความชื้นไว้ที่ 40-60% เพื่อป้องกันไม่ให้ตาและผิวหนังแห้ง
หลังจากพาออกไปเดิน ให้เช็ดบริเวณรอบดวงตาและใบหน้าเบาๆ ด้วยผ้าเปียกเพื่อกำจัดสิ่งระคายเคืองจากภายนอก และควรตัดแต่งขนเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาเป็นประจำเพื่อไม่ให้ขนแทงเข้าตา
04จุดตรวจสอบเพื่อการค้นพบโรคตาในระยะเริ่มต้น
พันธุ์ปั๊กมีโครงสร้างดวงตาที่นูนโปนออกมา จึงมีอัตราการเกิดโรคทางตาสูง เช่น แผลในกระจกตา โรคตาแห้ง (Keratoconjunctivitis Sicca) และโรคกระจกตาอักเสบจากการสะสมของเม็ดสี โปรดระมัดระวังไม่ให้พลาดสัญญาณของโรคที่ไม่ใช่เพียงแค่รอยน้ำตาธรรมดา
- เมื่อสัตว์เลียงขยี้ตาบ่อยๆ หรือกระพริบตามากเกินปกติ
- เมื่อขี้ตามีสีเหลืองหรือเขียว เหนียวเหนอะหนะ หรือมีกลิ่น
- เมื่อตาขาวมีเลือดแดงหรือเห็นจุดสีขาว·สีน้ำตาลบนกระจกตา
- เมื่อหลบแสงหรือลืมตาไม่เต็มที่ และปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรับการตรวจจากสัตวแพทย์ทันที การตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง) เพื่อค้นพบและดูแลปัญหาในระยะเริ่มต้นจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพันธุ์ปั๊กได้อย่างมาก
05เคลับลับในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพรอบดวงตาของพันธุ์ปั๊ก
การดูแลรอยน้ำตาระยะยาวเริ่มต้นจากนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน ลองนำเคลับลับต่อไปนี้มาผสมผสานในกิจวัตรของคุณดูนะคะ
- สุขอนามัยของภาชนะอาหาร: ภาชนะพลาสติกเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้ง่าย ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ เปลี่ยนมาใช้วัสดุสเตนเลสหรือเซรามิก และทำความสะอาดทุกวัน
- การดูแลริ้วรอย: นอกจากใต้ดวงตาแล้ว ยังต้องเช็ดและทำให้แห้งริ้วรอยบริเวณจมูก คอ และรอบหางทุกวันด้วย เพื่อป้องกันโรคผิวหนังและกลิ่นไม่พึงประสงค์
- การควบคุมน้ำหนัก: โรคอ้วนจะทำให้หายใจลำบากและเพิ่มแรงกดดันต่อดวงตา ควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเพื่อรักษาน้ำหนักมาตรฐานของปั๊ก (6-8 กก.)
- ลดความเครียดให้น้อยที่สุด: ความเครียดมากเกินไปอาจนำไปสู่ภูมิคุ้มกันที่ลดลงและการหลั่งน้ำตามากเกินไป จัดให้มีกิจวัตรที่มั่นคงและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
บริเวณรอบดวงตาของปั๊กมีความอ่อนไหวและต้องการการดูแล แต่ด้วยกิจวัตรที่ถูกต้องและการสังเกตอย่างใส่ใจ ก็สามารถรักษาให้สดใสและสะอาดได้อย่างเพียงพอ ความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอจากผู้ดูแลคือการดูแลที่สำคัญที่สุด
06คำถาม-คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ: ข้อสงสัยเกี่ยวกับรอยน้ำตาของปั๊ก
Q. หากรอยน้ำตาเกิดการเปลี่ยนสีแล้ว สามารถกำจัดออกได้หมดหรือไม่?
A. เม็ดสีที่สะสมลึกอาจยากต่อการกำจัดออกได้อย่างสมบูรณ์ แต่หากทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและจัดการสาเหตุอย่างถูกต้อง จะช่วยให้รอยจางลงได้ค่อยๆ เนื่องจากต้องใช้เวลาให้ขนใหม่งอกออกมาแทนที่ จึงควรรักษาการดูแลเป็นประจำอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ขึ้นไป
Q. ผลิตภัณฑ์กำจัดรอยน้ำตาปลอดภัยหรือไม่?
A. ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของเอนไซม์ย่อยสลายพอร์ฟีริน หรือผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมธรรมชาติ สามารถใช้ได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ (เช่น ไทโลซิน) อาจมีปัญหาเรื่องการดื้อยาหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้
Q. ปริมาณน้ำตาลดลงอย่างกะทันหัน เป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหม?
A. ตรงกันข้าม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในปั๊กมักพบโรคตาแห้ง (KCS) หากการหลั่งน้ำตาลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้กระจกตาแห้งและเกิดการอักเสบได้ หากพบขี้ตาเหนียวหรือมีอาการตาแดง ควรพบสัตวแพทย์ทันที
· เมื่อสัตว์เลียงถูดวงตาบ่อยครั้ง กระพริบตามากเกินไป และไม่สามารถลืมตาได้อย่างเต็มที่
· เมื่อขี้ตามีสีเหลืองหรือสีเขียว เหนียวเหนอะหนะ และมีกลิ่น
· เมื่อพบจุดสีขาวหรือสีน้ำตาลบนกระจกตา ตาขาวแดง หรือปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
· เมื่อผิวหนังบริเวณรอยพับมีสีแดงอักเสบหรือเปื่อยยุ่ย มีกลิ่น หรือมีหนองไหลออกมา
