รอยย่นที่น่ารักของพั๊กเป็นจุดเด่นที่น่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งกำเนิดของปัญหาผิวหนังได้เช่นกัน เนื่องจากมีขนสั้นจึงทำให้ผิวหนังสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นจากภายนอกโดยตรง และโครงสร้างใบหน้าที่แบนทำให้ความชื้นและความร้อนสะสมได้ง่าย หากคุณเป็นผู้ดูแลพั๊กที่ประสบปัญหาอะโทปิกและโรคผิวหนังอักเสบ การทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์และการดูแลที่บ้านที่สามารถปฏิบัติได้ทุกวันถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
01ทำไมพั๊กถึงมีปัญหาผิวหนังบ่อย?
พั๊กมีลักษณะเฉพาะสามประการที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังอย่างซับซ้อน ได้แก่ โครงสร้างหน้าสั้นแบน (Short-nosed breeds) ขนสั้น และรอยพับใบหน้าที่ลึก จมูกและใบหน้าที่แบนราบทำให้ความร้อนและความชื้นจากการหายใจติดอยู่ในรอยพับได้ง่าย ซึ่งกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราประเภทยีสต์ (Malassezia)
นอกจากนี้ ขนสั้นยังหมายความว่าอุปสรรคทางกายภาพในการปกป้องผิวหนังจากสารก่อภูมิแพ้จากภายนอก เกสรดอกไม้ และไรฝุ่นในบ้านมีความอ่อนแอ พั๊กเป็นสายพันธุ์ที่มีอัตราการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (Atopic dermatitis) สูงทางพันธุกรรม และอาจมีอาการแพ้จากสิ่งแวดล้อมและอาหารร่วมกันได้
แม้จะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 6-8 กิโลกรัม แต่เนื่องจากมีรอยพับมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ผิวหนัง พื้นที่ที่ต้องดูแลจึงกว้างกว่าที่คิด โดยเฉพาะรอยพับใบหน้า รอยพับคอ และรอยพับใต้หางเป็นบริเวณสำคัญที่ต้องตรวจสอบทุกวัน
02กิจวัตรการดูแลรอยพับผิวหนังของปั๊ก: นิสัยแค่ 5 นาทีต่อวัน
ระหว่างรอยพับผิวหนังเป็นพื้นที่ที่ความชื้น ไขมันจากต่อมไขมัน และเศษอาหารสะสมได้ง่าย หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และอาจนำไปสู่โรคผิวหนังอักเสบ (โรคผิวหนังอักเสบบริเวณรอยพับผิวหนัง, Skin Fold Dermatitis) ได้
4 ขั้นตอนการดูแลรอยพับผิวหนัง
- ใช้ผ้าก๊อซนุ่มๆ หรือแผ่นเช็ดเฉพาะ ค่อยๆ กางรอยพับผิวหนังออกแล้วเช็ดทำความสะอาดด้านใน
- ใช้ผ้าก๊อซแห้งซับเบาๆ อีกครั้งเพื่อให้แห้งสนิท ไม่ให้มีความชื้นตกค้าง
- ตรวจสอบด้วยสายตาทุกวันว่าผิวหนังระหว่างรอยพับมีอาการแดงหรือมีหนองไหลหรือไม่
- สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอ่อนโยนเพื่อทำความสะอาดลึกถึงภายใน
โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร เศษอาหารมักจะติดรอยพับผิวหนังรอบปากได้ง่าย การสร้างนิสัยเช็ดทำความสะอาดเบาๆ หลังรับประทานอาหารเพียงเท่านี้ก็สามารถลดปัญหาผิวหนังได้อย่างมาก
03การดูแลผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้สำหรับพั๊กที่บ้าน
โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่มักกลับเป็นซ้ำบ่อย พั๊กมักมีอาการคัน ผื่นแดงบริเวณที่ผิวหนังมีรอยพับ เช่น ซอกนิ้ว รักแร้ ขาหนีบ และด้านในหู
หัวใจสำคัญของการดูแลที่บ้านคือ การเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวหนังและการลดสารก่อภูมิแพ้ให้น้อยที่สุด การอาบน้ำควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง โดยใช้แชมพูอ่อนโยนสูตรกรดอ่อนเพื่อรักษาค่า pH ของผิวหนัง โปรดระวังเนื่องจากการอาบน้ำบ่อยเกินไปอาจทำลายชั้นป้องกันผิวหนังได้
หลังอาบน้ำแล้วต้องเช็ดให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณรอยพับและซอกนิ้วให้ใช้ไดร์เป่าด้วยลมอุ่นเบามืออย่างละเอียด หากเช็ดด้วยผ้าขนหนูอย่างเดียวจะมีความชื้นตกค้างซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อทุติยภูมิ
ในชีวิตประจำวันสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังและภูมิแพ้เฉพาะทางที่บ้านอย่าง ANITOK Hair เพื่อช่วยปกป้องเกราะผิวหนังและลดอาการคัน เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบรายการส่วนผสมอย่างละเอียดและเลือกสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์หรือพาราเบนเป็นอันดับแรก
04การจัดการสิ่งแวดล้อม: ลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
พันธุ์ปั๊กมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่นในบ้าน เกสรดอกไม้ และสปอร์เชื้อรา ในหลายกรณีเพียงแค่ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในบ้านก็สามารถทำให้สภาพผิวหนังดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้อำอุณหภูมิสูง 60°C ขึ้นไปอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กและสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
- รักษาความชื้นให้อยู่ระหว่าง 40-60% เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
- หลังจากพาออกไปเดินเล่น ให้เช็ดเท้า ท้อง และใบหน้าด้วยผ้าเปียกเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากภายนอก
พันธุ์ปั๊กมีระบบทางเดินหายใจที่อ่อนแอ การใช้น้ำหอมปรับอากาศหรือเครื่องกระจายกลิ่นมากเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจได้ ดังนั้นจึงควรรักษาสภาพแวดล้อมให้ปราศจากกลิ่นหอมเทียมให้มากที่สุด
05การจัดการอาหารและการตรวจสอบสารอาหาร
โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการแพ้สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการแพ้อาหารด้วย สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบบ่อยในพันธุ์ปั๊ก ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม ข้าวสาลี และถั่วเหลือง เป็นต้น
หากอาการคันหรือการอักเสบที่หูรุนแรงขึ้นหลังจากเปลี่ยนอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง คุณสามารถลองใช้วิธีการจำกัดอาหาร (Elimination Diet) ที่มีโปรตีนชนิดเดียว (เช่น เป็ด แซลมอน จิงโจ้) เป็นพื้นฐาน โดยทั่วไปแนะนำให้รักษาระยะเวลาอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาการ
สารอาหารที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนัง ได้แก่ กลุ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 (EPA, DHA) สังกะสี และวิตามินอี เป็นต้น หากอาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณสามารถพิจารณาให้อาหารเสริมหลังจากปรึกษากับสัตวแพทย์
06การป้องกันการเกาและการติดเชื้อทุติยภูมิ
พั๊กที่มีอาการผิวหนังอักเสบภูมิแพ้มักใช้อุ้งเท้าเกาที่ใบหน้าและลำตัว หรือถูตัวกับพื้นบ่อยครั้งเนื่องจากความคัน ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเล็กๆ บนผิวหนังและนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรีย (โรคหนองในผิวหนัง) ได้
ควรตรวจเล็บอาทิตย์ละครั้ง และตัดแต่งส่วนที่แหลมคมเป็นประจำ หากเกาอย่างรุนแรง การสวมปลอกคอเอลิซาเบธ (elizabethan collar) หรือเสื้อเพื่อการรักษาในระยะสั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันความเสียหายทุติยภูมิได้
บริเวณที่ถูกเกาควรล้างเบาๆ ด้วยน้ำไหลหรือน้ำเกลือสำหรับล้างแผล และพ่นสเปรย์ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากแผลลึก มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็น ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
· เมื่อมีกลิ่นเหม็นหรือมีน้ำหนองสีเหลือง-เขียวออกมาจากซอกรอยพับผิวหนัง
· เมื่อมีอาการคันมากจนนอนไม่หลับหรือเบื่อกินอาหาร
· เมื่อผิวหนังแดงและหนาขึ้น (lichenification) พร้อมร่วงขนด้วย
· เมื่อเกาหูบ่อยและสั่นหัว รวมถึงมีกลิ่นจากหู
· เมื่อดูแลเองที่บ้านมากกว่า 2 สัปดาห์แล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น
