หากคุณเป็นเจ้าของแมวเปอร์เซีย คุณคงเข้าใจดี ทุกเช้าเมื่อตื่นขึ้นมา จะเห็นขนสีขาวกองเป็นก้อนเหมือนสำลีบนโซฟา ตามมุมพรม และถ้าขาดการหวีแปรงแค่นิดเดียว ไม่นานขนก็จะพันกันเป็นก้อนแข็งบริเวณรักแร้และท้อง แมวเปอร์เซียเป็นแมวขนยาวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลขนที่พิถีพิถันที่สุดเช่นกัน
01โครงสร้างเฉพาะของขนแมวเปอร์เซีย
แมวเปอร์เซียมีโครงสร้างขนแบบสองชั้น (double coat) ประกอบด้วยขนชั้นใน (undercoat) ที่นุ่มนวลและขนชั้นนอก (topcoat) ที่ยาวและมีความเงางาม โดยทั่วไปแล้วความยาวของขนในแมวโตเต็มวัยจะยาวได้ถึง 10-15 เซนติเมตร โดยบริเวณรอบคอและปลายหางจะมีขนที่หนาแน่นและฟูฟ่องมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะโครงสร้างใบหน้าแบบจมูกสั้นแบน (brachycephalic) ทำให้น้ำลายและน้ำตาไหลและค้างอยู่รอบดวงตาและบริเวณปากได้ง่าย ส่งผลให้ขนบริเวณนี้เปลี่ยนสีหรือเกิดการพันกันได้ง่าย นอกจากนี้ เนื่องจากแมวเปอร์เซียผลัดขนเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายตลอดทั้งปี จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลขนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี
ผิวหนังของแมวเปอร์เซียมีการหลั่งไขมันมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ทำให้ขนมีความมันและเกิดการพันกันได้ง่าย และควรจำไว้ว่าหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่โรคผิวหนังอักเสบหรือการติดเชื้อราได้
02เหตุผลที่ต้องหวีขนทุกวัน
สำหรับแมวเปอร์เซีย การหวีขนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น ควรหวีขนอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือในอุดมคติควรหวี 2 ครั้งในตอนเช้าและเย็น เพื่อป้องกันการเกิดขนพันกัน
ขนพันกัน (แมต) ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาด้านความสวยงามเท่านั้น ขนที่พันกันแน่นติดกับผิวหนังจะปิดกั้นการถ่ายเทอากาศ ทำให้อุณหภูมิผิวหนังสูงขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หลังหู และท้อง เป็นจุดที่แมวดูแลตัวเองได้ยาก จึงต้องให้ผู้ดูแลใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ
แนะนำให้ใช้หวีโลหะฟันห่าง (metal comb) คลายขนที่พันกันก้อนใหญ่ก่อน จากนั้นใช้แปรงสลิกเกอร์กำจัดขนอ่อนชั้นในที่ตายแล้ว และสุดท้ายใช้แปรงขนนุ่มปัดเพื่อเพิ่มความเงางาม เป็นขั้นตอนการดูแล 3 ระดับที่แนะนำ
03การอาบน้ำและเป่าขนสไตล์เปอร์เซีย
เปอร์เซียต้องการการอาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ เนื่องจากมีการหลั่งไขมันจากต่อมไขมันมาก หากช่วงเวลาการอาบน้ำห่างเกินไป ขนอาจเหนียวเหนอะหนะและมีกลิ่นได้
การเตรียมตัวก่อนอาบน้ำ
- ก่อนอาบน้ำ ต้องหวีขนเพื่อกำจัดขนที่พันกันออกให้หมดเสียก่อน หากขนพันกันเปียกน้ำจะแข็งตัวมากขึ้น และอาจต้องใช้กรรไกรตัดออก
- เตรียมน้ำอุ่น (ประมาณ 38°C) และแชมพูสำหรับแมวโดยเฉพาะ
- บริเวณใบหน้าให้เช็ดเบาๆ ด้วยผ้าเปียกเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไป
การเป่าขนเป็นสิ่งจำเป็น
ขนสองชั้นที่หนาของเปอร์เซีย หากปล่อยให้แห้งเองจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันกว่าที่ขนชั้นในจะแห้งสนิท ในระหว่างนั้นความชื้นจะคั่งอยู่ที่ผิวหนังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อราและแบคทีเรียได้สูง การใช้เครื่องเป่าขนสำหรับสัตว์เลี้ยงอุณหภูมิต่ำและเสียงเบาพร้อมหวีไปด้วยเพื่อเป่าให้ขนชั้นในแห้งสนิททั้งหมดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
04การดูแลรอยคราบน้ำตาและน้ำลาย
จมูกสั้นและแบนของแมวเปอร์เซียมีโครงสร้างที่ทำให้ท่อน้ำตา (ท่อจมูก-น้ำตา) อุดตันหรือตีบได้ง่าย ส่งผลให้น้ำตาไหลล้นออกมา และทำให้ขนใต้ตาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกิดเป็น 'คราบน้ำตา (tear staining)'
ทุกเช้าให้ใช้ผ้าก๊อซนุ่มๆ หรือแผ่นเช็ดทำความสะอาดเฉพาะจุ้มน้ำอุ่น แล้วเช็ดบริเวณรอบดวงตาเบาๆ หากใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดคราบน้ำตาที่วางจำหน่ายทั่วไป ควรตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด และระวังไม่ให้โดนตาโดยตรง
บริเวณรอบปากก็เช่นกัน แมวเปอร์เซียมีปากสั้น จึงง่ายต่อการติดอาหารหรือน้ำที่ขนหลังทานอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นสาเหตุของการเพาะเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรสร้างนิสัยในการเช็ดบริเวณรอบปากเบาๆ หลังทานอาหาร
05การป้องกันและวิธีจัดการเมื่อเกิดปมขนแมว
การป้องกันปมขนแมวเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่หากพบว่าปมขนเกิดขึ้นแล้ว อย่าดึงหรือดึงแรงๆ โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผิวหนังยกขึ้นมาด้วยและทำให้แมวเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้
- ปมขนขนาดเล็ก: ใช้นิ้วมือคลายปมอย่างระมัดระวัง หรือใช้เครื่องมือแยกปมขน (mat splitter) เพื่อแยกปมในแนวตั้งแล้วค่อยๆ หวีออก
- ปมขนขนาดใหญ่: เสียบหวีเข้าไประหว่างผิวหนังกับปมขนเพื่อรองรับอย่างปลอดภัย จากนั้นใช้กระไรตัดออกทีละน้อย หากมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวหนังบาดเจ็บ ควรพาไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลขนสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์เป็นผู้จัดการจะปลอดภัยกว่า
- ปมขนทั่วตัว: อาจพิจารณาให้บริการตัดแต่งขนแบบมืออาชีพ เช่น 'ไลอ้อนคัท (lion cut)' เพื่อสุขอนามัยและความสบายในช่วงฤดูร้อน
ในชีวิตประจำวัน ควรให้ขนมที่แมวชอบขณะหวีขน เพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กับเวลาหวีขน หากให้แมวคุ้นเคยกับการดูแลขนตั้งแต่เล็กๆ เมื่อโตเป็นแมวเต็มวัยจะสามารถจัดการได้โดยไม่เครียด
06โภชนาการและการดูแลขนเพื่อสุขภาพของเส้นขนและผิวหนัง
ขนที่สุขภาพดีเริ่มต้นจากภายในร่างกาย อาหารที่อุดมไปด้วยกลุ่มกรดไอโอเมก้า-3·6 และการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันของผิวหนังและเพิ่มความเงางามให้กับขน
นอกจากนี้ แมวเปอร์เซียมักกลืนขนจำนวนมากในขณะแต่งขน ดังนั้น การจัดการก้อนขน (Hairball) จึงเป็นเรื่องสำคัญ การหวีขนอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วงก่อน และการให้ขนมหรืออาหารเฉพาะสำหรับก้อนขนที่อุดมด้วยเส้นใยอาหารสามารถช่วยได้
หากคุณต้องการจัดการเส้นขนและการแต่งขนอย่างเป็นระบบมากขึ้นที่บ้าน การใช้โซลูชันการดูแลขนและการแต่งขนสำหรับแมวโดยเฉพาะ เช่น ANITOK Hair ถือเป็นวิธีที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งส่วนผสมระดับมืออาชีพและความสะดวกในการใช้งานสามารถช่วยให้คุณดูแลอย่างต่อเนื่องได้แม้ในชีวิตประจำวันที่ยุ่งเหยิง
สุดท้าย สภาพของขนคือตัวบ่งชี้สุขภาพโดยรวม หากขนเกิดความแห้งเป็นพรุนอย่างกะทันหัน มีรังแคมากขึ้น หรือเกิดการหลุดร่วงของขน อาจเป็นสัญญาณของโรคต่อมไร้ท่อหรือโรคผิวหนังได้ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์
· เมื่อสังเกตเห็นจุดแดง สะเก็ด น้ำเหลือง หรือรังแครุนแรงบริเวณผิวหนัง
· เมื่อสัตว์เลียหรือเกาบริเวณใดบริเวณหนึ่งอย่างต่อเนื่องจนเกิดการขาดหายของขนและผิวหนังถลอก
· เมื่อรอยน้ำตาหรือน้ำลายเพิ่มมากขึ้นอย่างกะทันหันหรือมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย
· เมื่อผิวหนังฉีดขาดหรือมีเลือดออกขณะกำจัดขนพันกัน
