หากคุณเป็นเจ้าของบูลด็อก คุณอาจเคยกังวลเกี่ยวกับคราบน้ำตาสีน้ำตาลที่ไหลผ่านรอยพับเหนือจมูกมาแล้วสักครั้ง จมูกสั้น ดวงตาโต และรอยพับลึกบนใบหน้าที่เป็นลักษณะเฉพาะของสุนัขพันธุ์หัวป้าน ทำให้น้ำตาไม่สามารถระบายออกได้ตามธรรมชาติ น้ำตาจึงค้างอยู่บนผิวหนังและอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีผิวได้ โปรดดูแลอย่างละเอียดทุกวันเพื่อรักษาผิวหนังที่แข็งแรงและบริเวณรอบดวงตาที่สะอาดใส
01ทำไมบูลด็อกจึงมีรอยน้ำตาได้ง่าย?
บูลด็อกเป็นสายพันธุ์ หน้าสั้น (Brachycephalic) ที่มีโครงสร้างจมูกและปากสั้นเมื่อเทียบกับกะโหลกศีรษะจากการปรับปรุงพันธุ์ เนื่องจากโครงสร้างนี้ กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนรอบดวงตาจึงถูกกดทับ ทำให้ต่อมน้ำตาและท่อน้ำตา (ทางเดินของน้ำตาที่ไหลไปยังจมูก) แคบหรือมีแนวโน้มที่จะอุดตันได้ง่าย
เมื่อน้ำตาไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ น้ำตาจะไหลลงมาตามรอยพับใต้ตา และสัมผัสกับขนและผิวหนังอย่างต่อเนื่อง น้ำตาที่มีสารพอร์ไฟริน (porphyrin) รวมตัวกับเชื้อราอีสต์ (Malassezia) และแบคทีเรีย อาจทำให้เกิดรอยคราบสีน้ำตาลแดงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอยพับโรป (rope) เหนือจมูกของบูลด็อกมีการระบายอากาศที่ไม่ดี ทำให้ความชื้นคงค้างอยู่นาน จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยคราบและโรคผิวหนังมากขึ้น
สาเหตุทั่วไปที่รู้จักกันดี ได้แก่ หนังตาพับงอ (entropion) ความผิดปกติของขนตา ภูมิแพ้ การระคายเคืองกระจกตา เป็นต้น โดยบูลด็อกมักมีปัญหาโครงสร้างของดวงตาเหล่านี้มาแต่กำเนิด
02เช็ดน้ำตาในรอยพับทุกวัน - กิจวัตรคือหัวใจสำคัญ
การดูแลรอยน้ำตาบนใบหน้าของสุนัขบูลด็อกต้องยึดหลักทุกวัน อย่างอ่อนโยน และอย่างละเอียดถี่ถ้วน วันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น ให้กางรอยพับบริเวณจมูกด้านบนและรอยพับใต้ตาออกเพื่อตรวจสอบและเช็ดให้สะอาด
- ใช้ผ้าก๊อซหรือแผ่นสำลีนุ่มๆ ชุบน้ำอุ่นเช็ดภายในรอยพับอย่างนุ่มนวล
- บริเวณที่มีน้ำตาคั่งให้เช็ดน้ำออกให้หมด จากนั้นใช้ผ้าก๊อซแห้งเช็ดอีกครั้งเพื่อไม่ให้มีความชื้นค้างอยู่
- หากรอยพับลึกจนมือเข้าไม่ถึง ให้ใช้สำลีก้านเพื่อดูแลทุกซอกทุกมุม
- หลังจากเช็ดแล้วให้กางรอยพับให้แห้งตามธรรมชาติ หรือเป่าลมพัดลมเบาๆ เพื่อช่วยระบายอากาศได้
หากใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและขนสำหรับใช้ที่บ้านอย่าง ANITOK Hair ชุบผ้าก๊อซใช้งาน จะช่วยปรับสภาพบริเวณที่เปื้อนสีอย่างอ่อนโยนและช่วยรักษาสภาพผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์เข้าตาโดยตรง
03การจัดการอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อลดคราบน้ำตา
การหลั่งน้ำตามากเกินไปยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกด้วย บูลด็อกมักมีร่างกายที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย จึงอาจมีปฏิกิริยาที่ไวต่อส่วนผสมในอาหาร ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ และอื่นๆ
การเลือกอาหารที่มีธัญพืชและสารเติมแต่งสังเคราะห์น้อย และอุดมไปด้วยกระดไขมันโอเมก้า-3 อาจช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและปริมาณน้ำตาได้ รักษาความชื้นในห้องไว้ที่ 40-60% และเปิดเครื่องฟอกอากาศเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กและสารก่อภูมิแพ้
ใช้ชามน้ำที่ทำจากสแตนเลสหรือเซรามิก และทำความสะอาดทุกวัน เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียและยีสต์ที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ง่ายในภาชนะพลาสติก บูลด็อกมีใบหน้ากว้างจึงเมื่อดื่มน้ำมักทำให้บริเวณปากและจมูกเปียกได้ง่าย ดังนั้นควรสร้างนิสัยเช็ดหน้าเบาๆ หลังมื้ออาหารด้วย
04การตรวจสุขภาพดวงตา - ตรวจพบปัญหาโครงสร้างตั้งแต่เนิ่นๆ
บูลด็อกมักมีความผิดปกติของโครงสร้างดวงตา เช่น หนังตาพับงอเข้าข้างใน ขนตาขึ้นผิดที่ (distichiasis) และลูกตาโปน ปัญหาเหล่านี้กระตุ้นกระจกตา ทำให้น้ำตาไหลมากขึ้น และหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่แผลที่กระจกตาได้
ตรวจสอบดวงตาของบูลด็อกทั้งด้านหน้าและด้านข้างในที่ที่มีแสงสว่างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตรวจดูว่าหนังตาพับงอเข้าข้างในจนขนตาสัมผัสลูกตาหรือไม่ ตาขาวมีเส้นเลือดแดงหรือไม่ และมีขี้ตามากกว่าปกติหรือไม่ เนื่องจากบูลด็อกมีดวงตาที่ใหญ่และโปนออกมา จึงง่ายต่อการบาดเจ็บจากกิ่งไม้หรือฝุ่นขณะเดินเล่น ดังนั้นควรตรวจดูบริเวณรอบดวงตาหลังจากออกไปข้างนอกทุกครั้ง
หากน้องสุนัขขยี้ตาบ่อยครั้งขึ้น กระพริบตาบ่อยขึ้น หรือน้ำตาไหลเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณของกระจกตาบาดเจ็บหรือความผิดปกติของความดันในลูกตา จึงจำเป็นต้องพาไปพบสัตวแพทย์
05การป้องกันโรคผิวหนังตามรอยพับ - การป้องกันความชื้นและเชื้อแบคทีเรีย
รอยพับแบบเชือกบริเวณเหนือจมูกของบูลด็อกมีผิวหนังชิดติดกัน จึงทำให้น้ำตา น้ำลาย และเศษอาหารสะสมได้ง่าย และเนื่องจากไม่มีการระบายอากาศ จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย โรคผิวหนังตามรอยพับ (skin fold dermatitis) มีอาการกลิ่นเหม็น จุดแดง และหนอง และอาจทำให้รอยคราบน้ำตารุนแรงขึ้นได้
- กางรอยพับออกทุกวันเพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมและความชื้น
- ต้องเช็ดให้แห้งสนิทหลังจากทำความสะอาดเพื่อป้องกันการเจริญของเชื้อรา
- หากผิวหนังมีสีแดงหรือมีกลิ่น อาจจำเป็นต้องใช้ยาทาต้านเชื้อรา·ยาปฏิชีวนะตามใบสั่งแพทย์สัตวแพทย์
- แนะนำให้ดูแลรอยพับวันละ 2-3 ครั้งในช่วงฤดูร้อนหรือวันที่อากาศชื้น
หากรอยพับลึกเกินไปจนยากต่อการดูแล หรือมีโรคผิวหนังเรื้อรังเกิดขึ้นซ้ำๆ อาจพิจารณาการผ่าตัดเอารอยพับออก (wrinkle resection) ได้ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์
06รายการตรวจสอบการป้องกันคราบน้ำตาบนใบหน้าบูลด็อก
- เช็ดน้ำตาในรอยพับผิวหนังอย่างนุ่มนวลและเช็ดให้แห้งสนิท วันละ 2 ครั้ง
- ใช้ชามน้ำสแตนเลส ทำความสะอาดทุกวัน
- เลือกอาหารที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้น้อย
- รักษาความชื้นในห้องที่ระดับ 40-60% เปิดเครื่องฟอกอากาศ
- ตรวจสอบหนังตา ขนตา และอาการตาแดง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาหลังจากเดินเล่น
- หากพบกลิ่นหรือผื่นแดงบริเวณรอยพับผิวหนัง ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
บูลด็อกเป็นสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลรอยพับผิวหนังและดวงตาตลอดชีวิต กิจวัตรเล็กๆ ในแต่ละวันที่สะสมขึ้นสามารถมอบชีวิตที่มีสุขภาพดีและสะดวกสบายให้กับน้องหมาได้
· เมื่อสัตว์เลียงขยี้ตาบ่อยครั้ง กระพริบตา หรือน้ำตาไหลเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
· เมื่อเห็นเปลือกตาม้วนเข้าด้านใน หรือขนตาแตะต้องดวงตา
· เมื่อมีกลิ่นเหม็น หนอง หรือจุดแดงบริเวณรอยพับผิวหนังอย่างต่อเนื่อง
· เมื่อกระจกตาขุ่นมัว หรือเห็นจุดขาว หรือบาดแผลบนม่านตา
· เมื่อคราบสีเข้มขึ้นหรือผิวหนังแตกเป็นแผล แม้จะเช็ดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอมากกว่าหนึ่งสัปดาห์
