บีเกิลของคุณกำลังใช้ขาหลังเกาหลังหูอีกแล้วใช่ไหมคะ? แม้จะคิดว่าการดูแลขนคงง่ายเพราะเป็นสุนัขขนสั้น แต่เมื่อเริ่มมีจุดแดงบริเวณท้องและรักแร้ หรือมีกลิ่นออกมาจากด้านในหู ผู้ดูแลก็เริ่มตกใจ บีเกิลเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาผิวหนังและอาการแพ้ภูมิแพ้เนื่องจากมีขนสั้น หูยาวตก และนิสัยชอบกินมาก
01เหตุผลที่บีเกิลมีความเสี่ยงต่อปัญหาผิวหนัง
บีเกิลมีต้นกำเนิดเป็นสุนัขล่าเนื้อและมีการพัฒนาประสาทรับกลิ่นที่ดีเยี่ยม แต่ก็เพราะเหตุนี้เอง หูที่ยาวของพวกมันจึงปิดคลุมช่องหู ทำให้อากาศไม่ถ่ายเทได้ดี เมื่อความชื้นและความร้อนสะสมอยู่ภายในหู เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราจะเพิ่มจำนวนได้ง่าย และการอักเสบอาจลุกลามไปยังผิวหนังบริเวณรอบหูได้
นอกจากนี้ ขนสั้นของบีเกิลยังทำให้ความมันและเหงื่อสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงและก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย และเนื่องจากมีความอยากอาหารสูง จึงมักเกิดอาการแพ้อาหารที่แสดงออกทางผิวหนัง โดยทั่วไปพบว่าจะมีปฏิกิริยาต่อวัตถุดิบทั่วไป เช่น เนื้อไก่ ข้าวสาลี และข้าวโพด ซึ่งทำให้เกิดอาการคันและผื่นแดงบริเวณใบหน้า ฝ่าเท้า และท้อง
บีเกิลมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่มาก จึงมีโอกาสสัมผัสกับสนามหญ้าหรือฝุ่นบ่อยครั้งระหว่างเดินเล่นกลางแจ้ง และเนื่องจากความอยากรู้อยากเห็น พวกมันจะดมกลิ่นสิ่งต่างๆ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสอีกด้วย
02อาการหลักและจุดสังเกตของโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ในบีเกิล
โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ในบีเกิลมักปรากฏครั้งแรกในช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี และแบ่งออกเป็นแบบตามฤดูกาลหรือแบบตลอดทั้งปี อาการหลักมีดังนี้
- เกาด้านในหูและด้านหลังใบหูบ่อยครั้ง หรือเขย่าหัว
- เลียหรือกัดฝ่าเท้า (โดยเฉพาะช่องระหว่างนิ้ว) ซ้ำๆ
- ผิวหนังบริเวณท้อง รักแร้ ขาหนีบเป็นสีแดง และมีผื่นเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าว
- ขนบริเวณรอบดวงตาและปากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (คราบน้ำตาและน้ำลาย)
- ผิวหนังมีกลิ่นคาวหรือกลิ่นยีสต์
บีเกิลมักทนอาการคันได้น้อยกว่าความเจ็บปวด และมักเกาจนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียทุติยภูมิ ดังนั้น การตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ และการดูแลที่บ้านอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
03รูทีนดูแลผิวหนังและอาการผิวหนังอักเสบแพ้ของบีเกิ้ลที่บ้าน
1. รักษาความสะอาดบริเวณหู
หูยาวของบีเกิ้ลต้องยกขึ้นมาตรวจดูด้านในและด้านหลังใบหูทุกวัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำยาทำความสะอาดหูสำหรับสัตว์เลี้ยงเช็ดเบาๆ และหลังมื้ออาหารควรใช้สายรัดยึดหูเพื่อไม่ให้หูแตะชามอาหารซึ่งเป็นวิธีที่ดี
2. ช่วงเวลาอาบน้ำและการเลือกแชมพู
แม้จะเป็นสายพันธุ์ขนสั้น แต่มีการหลั่งไขมันใต้ผิวหนังค่อนข้างมาก จึงควรอาบน้ำประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วยแชมพูอ่อนโยนหรือกรดอ่อน หากมีอาการผิวหนังอักเสบแพ้ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ (เช่น คลอร์เฮกซิดีน สารสกัดจากข้าวโอ๊ต เป็นต้น) และหลังทาแชมพูทิ้งฟองไว้ 5-10 นาทีเพื่อให้สารสำคัญซึมเข้าสู่ผิวหนัง ล้างออกให้สะอาดและเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณหลังหูและรักแร้อย่างพิถีพิถันเพื่อป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบ
3. การจัดการอาหาร
บีเกิ้ลมีอัตราการแพ้อาหารสูง จึงสามารถลองอาหารจำกัดส่วนผสม (elimination diet) ที่จำกัดแหล่งโปรตีนเป็นชนิดเดียวเป็นเวลา 2-3 เดือน กรดไขมันโอเมก้า-3 (EPA/DHA) อาจช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวหนังได้ จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเพิ่มอาหารเสริม
4. ลดสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
เพื่อลดไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ฯลฯ ให้ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และหลังเดินเล่นให้เช็ดเท้าและท้องด้วยผ้าเช็ดชุ่มน้ำเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากภายนอก รักษาความชื้นในห้องไว้ที่ 40-60% จะช่วยป้องกันทั้งผิวแห้งและการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียได้พร้อมกัน
04ดูแลเกราะป้องกันผิวหนังด้วย ANITOK Hair
หัวใจสำคัญของการดูแลที่บ้านคือการรักษาเกราะป้องกันผิวหนังให้แข็งแรง ANITOK Hair เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวหนังและอาการแพ้ของสุนัขที่บ้าน ซึ่งอาจช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์บนผิวหนังและปรับปรุงการทำงานของเกราะป้องกันผิวหนัง
สำหรับสายพันธุ์ที่มักเกิดการอักเสบบริเวณรอบหูและบริเวณที่มีรอยพับเช่นบีเกิล การให้อาหารเสริมในเวลาที่กำหนดทุกวันเพื่อสนับสนุนสภาพผิวหนังจากภายในอาจมีประสิทธิภาพ หากใช้ร่วมกับแผนการรักษาและอาหารปัจจุบันหลังจากปรึกษาสัตวแพทย์แล้ว จะสามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
05การลดพฤติกรรมการเกาและการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียทุติยภูมิ
บีเกิลที่มีอาการโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้จะมีพฤติกรรมเกาด้วยอุ้งเท้าหรือถูตัวกับพื้นซ้ำๆ เนื่องจากอาการคัน หากเกิดบาดแผลที่ผิวหนังในขณะนั้น เชื้อแบคทีเรียอาจเข้าไปในแผลและอาจแย่ลงกลายเป็นโรคผิวหนังอักเสบจากหนองในผิวหนัง (pyoderma)
เพื่อลดพฤติกรรมการเกา แนะนำให้สวมเสื้อผ้าป้องกันแบบผ้านุ่มที่นุ่มนวลกว่าปลอกคอเอลิซาเบธ หรือตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดความเสียหายต่อผิวหนังให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ การพาไปเดินเล่นอย่างเพียงพอและเล่นเกมดมกลิ่น (Nosework) เพื่อบรรเทาความเครียด จะช่วยลดพฤติกรรมเลียและเกาที่มากเกินไปซึ่งเกิดจากปัจจัยทางจิตใจ
หากมีบาดแผลเกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรใช้ยาทาด้วยตนเองตามการตัดสินใจของคุณเอง แต่ควรรับการสั่งยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมจากสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัย
06แผนการดูแลระยะยาวและบทบาทของผู้ดูแล
โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ในบีเกิลควรมองในแนวทางของการดูแลระยะยาวมากกว่าการรักษาให้หายขาด เนื่องจากหากหยุดการดูแลเมื่ออาการดีขึ้น โรคอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างกิจวัตรการอาบน้ำ การทำความสะอาดหู และการจัดการอาหารให้เป็นปกติ
หากคุณบันทึกภาพสภาพผิวหนังในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์ จะช่วยให้เห็นรูปแบบตามฤดูกาลและการเปลี่ยนแปลงของอาหารได้ง่ายขึ้น และยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการปรึกษาสัตวแพทย์อีกด้วย นอกจากนี้ควรปรับการดูแลตามฤดูกาลควบคู่ไปด้วย เช่น เพิ่มความถี่ในการอาบน้ำในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนชื้น และเพิ่มครีมบำรุงผิวในช่วงฤดูหนาว
บีเกิลเป็นสายพันธุ์ที่มีความผูกพันกับผู้ดูแลอย่างแน่นแฟ้นและเปี่ยมไปด้วยพลังในเชิงบวก หากคุณดูแลสุขภาพผิวหนังด้วยความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอและการดูแลที่บ้านอย่างเป็นระบบ น้องหมาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาร่วมกับคุณได้ยาวนานยิ่งขึ้น
· เมื่อมีพฤติกรรมเกาหรือเลียตลอดทั้งวันจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน
· เมื่อผิวหนังมีของเหลวซึมออกมาหรือมีสะเก็ดเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง
· เมื่อหูมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและเอียงศีรษะไปข้างใดข้างหนึ่งหรือเดินเซ
· เมื่อผิวหนังแดงลุกลามอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมงหรือบวม
· เมื่อมีอาการทั่วร่างกายร่วมด้วย เช่น เบื่อกิน ไม่มีแรง
